Categories
ความรู้เรื่องปืน ปืนประเภทต่างๆ

ประวัติ barrett m107a1 ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ลำแรกที่ถูกผลิตขึ้น

ประวัติ barrett m107a1 ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ลำแรกที่ถูกผลิตขึ้น

     ในปี 1982 BARRETT FIREARMS MANUFACTURING ได้พัฒนา M82 หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “MODEL 1982” เป็นปืนไรเฟิลซุ่มขนาด .50 ลำแรก ที่บริษัทได้พัฒนาปืนนี้ขึ้น เพื่อการใช้งานในกองทัพ และกองกำลังตำรวจ บาร์เร็ตต์ได้ปรับตั้งอาวุธใหม่อีกหลายครั้ง ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา จนมาถึงในปัจจุบัน บาร์เร็ตต์ได้ขยายสายพันธุ์ barrett m107a1 ให้เป็นอาวุธขนาด .50 เพื่อให้เข้ากับกองกองกำลังทหาร และตำรวจในกว่า 30 ประเทศ และเวลานั้นคือ ช่วงเวลาของกองกำลังสหรัฐกำลังใช้อาวุธซุ่มยิงระยะไกลในอิรัก และอัฟกานิสถาน

ประวัติ barrett m107a1 ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ลำแรกที่ถูกผลิตขึ้น

ลักษณะการออกแบบ barrett m107a1 

     ในขณะนั้น บาร์เร็ตได้ออกแบบปืนไรเฟิลขนาด .50 สำหรับการสั่งห้ามผู้คน และยานพาหนะในระยะยาว ทั้ง barrett m107a1 และ M82A1 มีช่องใส่ 10 ตลับ ที่ใส่เข้าไปในช่องด้านหน้าของกลไกการยิง อีกทั้ง บริษัท BARRETT FIREARMS MANUFACTURING ยังได้เดินหน้าผลิตปืนไรเฟิล ที่มีการตั้งค่าของ PULLPUP ขนาด .50 ซึ่งมีช่องวางไว้ด้านหลังไกปืน ที่สำคัญ บาร์เร็ตพยายามที่จะนำเสนอโมเดลเหล่านี้ ในฐานะอาวุธต่อต้านเฮลิคอปเตอร์จากปืนไรเฟิลbarrett m107a1 สำหรับปืนไรเฟิลขนาด .50 นี้ มีความเร็วในการยิงแบบกึ่งอัตโนมัติ และสลักเกลียวแบบหมุนได้ เพื่อให้ดีดออก และบรรจุกระสุนปืนถัดไป จากนั้นบริษัท BARRETT FIREARMS MANUFACTURING ได้สร้างสต็อกของอาวุธในแต่ละชิ้นส่วน รวมถึงปืนทั้งสองกระบอกนี้ ที่ทำด้วยโครเมี่ยม ส่วนรุ่น barrett m107a1 ใช้รางอลูมิเนียมเป็นตัวรับสัญญาณแบบถอดได้ อีกทั้งบาร์เร็ต ยังได้ติดตั้งเบรกในปากของอาวุธแต่ละตัว เพื่อช่วยลดแรงถีบกลับมาสู่แรงกดดันที่สามารถจัดการได้ที่ 0.02 กิโลกรัม / 2 ซม. โดยหันหลังไปทางไหล่ของผู้ยิง

ประวัติ barrett m107a1 ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ลำแรกที่ถูกผลิตขึ้น

ขนาดของปืนไรเฟิลบาร์เร็ต M82

     สำหรับปืนไรเฟิลบาร์เร็ตM82 ทั้งสายพันธ์ M82A1 และ barrett m107a1 มีความยาวเท่ากันทั้งสองกระบอกคือ 29 นิ้ว หรือ 20 นิ้ว สำหรับปืนใหญ่สองลำสุดท้ายนี้ ได้มอบความคล่องตัวในการใช้งานในเมืองมากขึ้น โดยแต่ละอันนั้น มีความยาวรวมแล้ว 57 นิ้ว กับ 29 นิ้ว หรือ 48 นิ้ว ในส่วนของบาร์เรลมีขนาดอยู่ที่ 20 นิ้ว อีกทั้ง บาร์เร็ตยังเจาะปืนใหญ่ขนาด 29 นิ้วอีกด้วย พร้อมด้วยร่องปืนยาว 15 นิ้ว และปืนใหญ่ 20 นิ้ว พร้อมด้วยร่องปืนยาว 12 นิ้ว โดยมีตัวแปรกระบอกสูบที่มีน้ำหนักโดยประมาณ 14 กิโลกรัม ในขณะที่ปืนสั้นทรงกระบอก มีน้ำหนักโดยประมาณคือ 13 กิโลกรัม

ประวัติ barrett m107a1 ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ลำแรกที่ถูกผลิตขึ้น

กลไกการทำงานของ BARRET M82AI 

     สำหรับปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาดใหญ่ BARRET M82A1 สามารถใช้ได้กับทั้งวงแหวนกลไกมาตรฐาน และแขนยืดสไลด์ ซึ่งทหารสหรัฐฯ ชื่นชอบที่ใช้กับปืนไรเฟิลนี้ กับเลนส์ LEUPOLD MARK 4 ซึ่งจะช่วยให้ผู้ยิงมองเห็นทิวทัศน์ของสไนเปอร์ได้อย่างหลากหลาย และเป็นที่แน่นอนว่า ปืนไรเฟิลซุ่มยิงในแต่ละอันนั้น จำเป็นต้องมีที่จับสำหรับการพกพา และมีขาตั้งสองขอ ที่คล้าย ๆ กับปืนกล M60 และยังต้องมีแผ่นก้นยาง สำหรับปืนไรเฟิลที่มีตัวยึด ที่สามารถติดตั้งบนขาตั้งกล้องในแบบพิเศษ M3 หรือ M122 และนอกจากนี้  BARRET M82AI ยังสามารถติดตั้งบนรถจี๊ป โดยใช้เปลพิเศษ ที่สามารถดูดซับแรงกระแทกได้ สำหรับกลไกปืน BARRET M82AI ทำมาจากพลาสติกที่แข็งแรง สามารถทนแรงกระแทกคุณภาพสูง แม๊กกาซีนเป็นรูปกล่อง สามารถถอดออกได้ และถูกออกแบบมาสำหรับ 10 รอบ สลักอยู่ระหว่างแม๊กกาซีน และไกปืน สำหรับกล่องฟิวส์ของปืนไรเฟิล BARRET M82AIนี้ ตั้งอยู่ที่ฐานของไกปืนด้านซ้าย มักถูกยกขึ้นในแนวตั้ง เพื่อป้องกันการยิง แต่จะต้องลดลงเป็นตำแหน่งในแนวนอน

ประวัติ barrett m107a1 ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ลำแรกที่ถูกผลิตขึ้น

     สำหรับความแม่นยำของปืนไรเฟิล BARRET M82AI อยู่ที่ประมาณ 1.5 – 2  MOA เมื่อใช้กับกระสุนในระดับการแข่งขัน ที่ระยะ 500 เมตร ความเบี่ยงเบนของกระสุนจากจุดเล็ง ไม่เกิน 20 – 30 ซม. ซึ่งค่านี้แทบจะเรียกได้ว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอาวุธซุ่มยิง แต่อย่าลืมว่า  BARRET M82AI ถูกสร้างขึ้นเป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิง ที่ต่อต้านวัตถุ ในเวลาเดียวกัน  BARRET M82AI ยังเป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาดใหญ่ ที่สามารถยิงกระสุนได้ด้วยตัวเอง โดยจะทิ้งร่องรายไว้บนความแม่นยำของอาวุธ และในเรื่องนี้ เป็นการยากที่จะแข่งกับปืนซุ่มยิงด้วยการโหลดซ้ำด้วยตัวเอง

ประวัติ barrett m107a1 ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ลำแรกที่ถูกผลิตขึ้น
Categories
ความรู้เรื่องปืน ปืนประเภทต่างๆ

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

     สำหรับอาวุธปืน ที่ได้รับการยกย่องจากคนค่อนโลกว่า “อาวุธไร้เทียมทาน” คือ ปืนเล็กยาว ak 47 ถือเป็นนวัตกรรที่ลงตัว ระหว่างโลหะ และไม้ จนกลายเป็นเครื่องมือสังหารที่ทรงอานุภาพ ที่มีการประมาณการกันเล่น ๆ ว่า มีปืนอาก้าแพร่กระจายอยู่บนโลกนี้ราว 100 ล้านกระบอก เนื่องจากในช่วงสงครามปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทั้งในประเทศไทย ลาว เขมร เวียดนาม และอินโดจีน เหล่านักรบต่างถือปืนอาก้า เป็นอาวุธประจำกายทุกนาย

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

เปิดประวัติเริ่มต้น ก่อนเกิดปืนอาก้า 

     เยอรมันได้ออกมาประกาศยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2461 และหลังจากนั้น ชาวเยอรมันได้ทุ่มเทเรื่องอุตสาหกรรมทั้งหมด ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ เครื่องบิน เรือดำน้ำ รถถัง เครื่องบิน และอาวุธทุกชนิด จากนั้นให้หลัง 20 ปี เยอรมันกลับมาผงาดอีกครั้งในทุก ๆ ด้าน รวมทั้งการพัฒนาเทคนโนโลยีอาวุธปืนทุกชนิด และกระสุนปืนทุกขนาด และเมื่อทุกอย่างพร้อม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2482 ฮิตเลอร์ได้สั่งกองทัพนาซีเยอรมันบุกโปแลนด์ แบบที่ตะลึงกันไปทั้งโลก ต่อมาในวันที่ 24 มิถุนายน 2484 ฮิตเลอร์ไม่ฟังเสียงทัดทานจากฝ่ายเสนาธิการ โดยทำการเปิดแนวรบใหม่ ส่งกองทัพบุกเข้าดินแดนหมีขาวรัสเซีย และในขณะนั้น กองทัพรัสเซียมีอาวุธยุทโธปกรณ์ และความพร้อม ด้อยกว่าเยอรมันหลากหลายเท่า ดังนั้น รัสเซียจึงใช้วิธีรบแบบหน่วงเวลา เพื่อรอฤดูหนาวที่แสนจะโหดร้าย และทารุณ

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

จุดกำเนิดปืนอาก้า

     มิกคาอิล คาลาชนิคอฟ เด็กหนุ่มชาวนารัสเซีย มีการศึกษาเพียงแค่ชั้นเรียนระดับพื้นฐาน แต่เลือดรักชาติของเขาช่างรุนแรงนัก จึงได้ไปสมัครเป็นพลทหารในหน่วยรถถัง ของกองทัพสหภาพโซเวียต ที่กำลังสู้รบกับกองทัพนาซี โดย “คาลาชนิคอฟ” มีพรสวรรค์ และถนัดในเรื่องของเครื่องจักรยนต์กลไก จึงได้ทำหน้าที่ทหารรถถังปกป้องปฐพี และด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้าของเขา จึงทำให้เขาได้รับเลื่อนตำแหน่ง เป็นผู้บังคับรถถัง ในยศระดับจ่า โดยในระหว่างสงครามนี้ จ่าคาลาชนิคอฟ ได้เข้าร่วมโครงการปรับปรุงอาวุธของกองทัพโซเวียต จากนั้นได้นำปืน STG44 หรือ MP44 ของหน่วยทหาร SS ที่นาซีใช้ยิงมาเป็นต้นแบบ และเขาได้ทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อผลงานที่สำเร็จออกมาเป็นรูปธรรมคือ ปืนเล็กยาวแบบใหม่ นั่นคือ ak 47 ที่มีความร้ายกาจเท่ากับปืนของทหารเยอะมัน

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

AK-47 เริ่มผลิต และแจกจ่ายในปี พ.ศ. 2482

     AK-47 ของจ่าคาลาชนิคอฟ ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยม ทางราชการจึงตั้งชื่อเป็นปืนเล็กยาวชนิดนี้แบบย่อว่า ak 47 ซึ่งย่อมาจาก KALASHINKOV AUTOMATIC RIFLE, MODEL OF 1947 โดยเรียกกันในชื่อว่า AVTOMAT KALASHNIKOVA ซึ่งหมายถึงปืนเล็กยาวอัตโนมัติของคาลาชนิคอฟ ปี 1947 และเลข 47 คือเลขปีค.ศ. ที่เริ่มต้นผลิต แต่สำหรับคนไทย จะชอบเรียกติดปากกันว่า “ปืนอาก้า” จากนั้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีเยอรมัน ใช้อาวุธปืนอัตโนมัติ ที่ทันสมัยอีกหลายรุ่น เริ่มตั้งแต่ปืนเล็กยาว เมาเซอร์ คาร์ 98 เคิร์ซ, ปืนกลเบา MG-42, ปืนกลเบา MG-34 และปืนกลมือ MP-40 สำหรับเรื่องของทางเทคนิค ที่กองทัพเยอรมันสนใจมากที่สุดคือ การพัฒนาขนาดของกระสุดเดิมที่เคยใช้ คือ 7.62 x 41 มม. เปลี่ยนมาเป็นขนาด 7.62×39 มม. ตามแบบของเยอะมันเอง

     จากนั้น ak 47 จึงได้รับการยอมรับว่า เป็นปืนเล็กยาวที่มีความทนทาน มีกลไกไม่ซับซ้อน ชิ้นส่วนมีไม่มาก อีกทั้งต้นทุนในการผลิตยังต่ำอีกด้วย และง่ายต่อการใช้งาน ที่สำคัญ เป็นปืนที่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย ดังนั้นแล้ว ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ จึงทำให้มันกลายเป็นปืนเล็กยาว ที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก ดังนั้น โซเวียตจึงให้ใบอนุญาติไปผลิตมากกว่า 10 ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในระบบสังคมนิยม และกลุ่มประเทศวอร์ซอแพค ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมปืนอาก้า จึงเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มนักรบ และกลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลก และในสุดท้าย บั้นปลายชีวิตนายพลคาลาชนิคอฟ ไม่ได้ใช้ชีวิตร่ำรวยหรูหรา โดยทางการรัสเซีย ได้จัดอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดให้เขาพักอาศัย และมีรถยนต์คันเล็ก ๆ ขับไปทำงานเพียงเท่านั้น

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้
Categories
ความรู้เรื่องปืน ปืนประเภทต่างๆ

สุดยอดปืน Barrett m82a1 ประวัติความเป็นมา

สุดยอดปืน Barrett m82a1 ประวัติความเป็นมา

     barrett m82a1 คือปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติแบบหดตัว เพราะเมื่อปืนถูกไล่ออกจากกระบอก จะค่อย ๆ หดตัวในระยะสั้น ประมาณ 1 นิ้ว หรือ 25 มิลลิเมตรนั่นเอง ในขณะที่ล็อคแน่นด้วยสลักเกลียวหมุน หลังจากการเดินทางระยะสั้น ส่วนล่างของแขนคันเร่งยึด โดยส่วนบนของตัวรับอยู่ในบานพับตัวยึดสลักอยู่แล้ว และส่วนตรงกลางจะตีกลับไปที่กระบอกสูบ โดยแท่งคันในตัวยึดสลักเกียวถ่ายโอนพลังงานส่วนหนึ่งของบาร์เรล เพื่อให้ BOLT เกิดการขี้จักรยาน ที่เชื่อถือได้ และปลดล็อคออกจากถัง และนี่คือระบบการทำงานของbarrett m82a1 อย่างคร่าว ๆ และต่อไป เราจะมาดูประวัติความเป็นมากันครับ

ประวัติการผลิต barrett m82a1 มีความเป็นมาอย่างไร

     RONNIE G.BARRETT เป็นผู้ผลิตอาวุธปืนชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้ง BARRETT FIREARMS MANUFACTURING OF CHRISTIANA, TENNESSEE และเป็นผู้ออกแบบ barrett m82a1 ปืนไรเฟิลลำกล้อง .50 เป็นกระบอกแรก สำหรับการใช้งานพลเรือน บาร์เร็ตต์เกิดที่เมืองเมอร์ฟรีสโบ รัฐเทนเนสซี ในปี พ.ค. 2497 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมกลางเมอร์ฟรีสโบโร อาชีพแรกของเขาคือ ช่างถ่ายภาพมืออาชีพ ในปีพ.ศ. 2515 จากนั้นในปี 1982 เขาได้เป็นเจ้าของสตูดิโอถ่ายภาพ ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจครั้งแรกสำหรับการสร้างbarrett m82a1 คือ ในวันที่ 1 มกราคม 2525 ในขณะที่บาร์เร็ตต์กำลังถ่ายภาพเรือปืนลาดตระเวนในแม่น้ำสโตนส์ ใกล้แนชวิลล์รัฐเทนเนสซี และนั่น เขาได้สร้างภาพที่ได้รับรางวัล ซึ่งทำให้เขาเริ่มคิดถึงคาร์ทริดจ์ ขนาด .50 เนื่องจากเป็นปืนที่ติดตั้งบนเรือลำนั้น

สุดยอดปืน Barrett m82a1 ประวัติความเป็นมา

RONNIE G.BARRETT ผลิตปืนไรเฟิลลำแรก 

     เนื่องจากไม่มีปืนไรเฟิลลำกล้อง .50 วางจำหน่ายในเวลานั้น เขาจึงได้ตัดสินใจสร้างอาวุธกึ่งอัตโนมัติ โดยไม่มีพื้นฐานทางด้านการผลิตเลย บาร์เร็ตต์ ได้ร่างปืนไรเฟิลขนาดเต็มหน้าตัด โดยการเพิ่มส่วนประกอบที่แตกต่างกันเข้าไป และเมื่อเขาติดสินใจเกี่ยวกับแนวคิดนี้แล้ว เขาได้ทำการหาร้านขายเครื่องจักร พร้อมด้วยภาพวาดของเขา แต่สิ่งที่เขาได้พบคือ คำดูถูก ว่าปืนที่เขาออกแบบานั้น มันไม่สามารถทำได้จริง แต่อย่างไรก็ตาม คำดูถูกเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้เขาลดความมุ่งมั่นแต่อย่างไร และไม่กี่วันต่อมา BOB MITCHELL ผู้ผลิตเครื่องมือ แม่พิมพ์ และเป็นช่างเครื่องอยู่ในเมือง SMYRNA รัฐเทนเนสซี ได้ตกลงว่าจะช่วยเหลือเขา จากนั้นต่อมา BOB MITCHELL ได้เริ่มต้นสร้างปืน ตามแนวความคิดของบาร์เร็ต โดยในบางวัน เขาทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนอยู่ในโรงรถ จากนั้น บาร์เร็ตต์ ยังคงได้รับการสนับสนุนจากช่างทำแผ่นโลหะ ที่อนุญาติให้เขาเยี่ยมชมร้านของเขา และทำงาน

สุดยอดปืน Barrett m82a1 ประวัติความเป็นมา

BARRETT M82 กระบอกแรก ประสบความสำเร็จ 

     ในขณะที่กำลังปรับแต่งbarrett m82a1 ปืนไรเฟิลต้นแบบอย่างละเอียดแล้ว BARRETT ได้เริ่มออกแบบต้นแบบที่สอง ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการปรับปรุง เพรียวบางมากขึ้น และได้ปรับปรุงในเรื่องอื่น ๆ ที่ได้เรียนรู้จากต้นแบบแรก ซึ่งเขาได้ทำวีดีโอของต้นแบบแรกที่ถูกยิง จากนั้นเขาได้เตรียมต้นแบบที่สอง และหลังจากนั้น มีคนพร้อมจะจ่ายเงินมัดจำให้กับปืนไรเฟิลของเขา จากนั้นมา บาร์เร็ตต์ จึงได้ตั้งร้านเล็ก ๆ ที่บ้านของเขา ในโรงรถที่ปูด้วยกรวด และเริ่มต้นสร้างปืนไรเฟิล 30 ชุด ต่อมาไม่นาน RONNIE BARRETT  ได้รางวัล TOP 10 จากนั้น เขาใช้รูปวาดปืนไรเฟิลด้วยมือ วางลงโฆษณาใน SHOTGUN NEWS จากนั้น ในไม่ช้า barrett m82a1 ชุดแรก ได้ขายออกหมดในทันที

สุดยอดปืน Barrett m82a1 ประวัติความเป็นมา

     หลังจากนั้น ที่บาร์เร็ตต์ได้ขายชุดแรกหมดออกไป เขาได้รับการติดต่อจาก ซีไอเฮ เพื่อขอซื้อปืนไรเฟิล สำหรับอัฟกานิสถานมุสสิม เพื่อใช้ในการสงครามของพวกเขา กับสหภาพโซเวียต และหลังจากนั้น บริษัทของเขาได้เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวเขาเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่า ปืนไรเฟิลที่เขามุ่งมั่นออกแบบมานั้น จะประสบความสำเร็จได้เพียงนี้ และทั้งหมดนี้ คือ ตำนานปืนไรเฟิลรุ่นแรก ที่ประสบความสำเร็จ หากท่านผู้อ่าน ต้องการทราบประวัติเกี่ยวกับปืนรุ่นอื่น ๆ สามารถติดตามได้จากบทความอื่น ๆ ของเราต่อไปครับ 

Categories
ความรู้เรื่องปืน ปืนประเภทต่างๆ

ประวัติความเป็นมา DRAGUNOV ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ในตำนาน

ประวัติความเป็นมา DRAGUNOV ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ในตำนาน

     สำหรับปืนไรเฟิล DRAGUNOV ถือเป็น ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ที่พบมากที่สุดอันดับสอง รองจาก REMINGTON 700 CLONES  โดยปืนไรเฟิลนี้ ไม่ได้มีไว้เพียงแค่เป็นตำนานเท่านั้น แต่อาวุธนี้ ยังมีประวัติของตัวเองที่น่าสนใจ และไม่เหมือนใคร ซึ่งเมื่อคุณได้อ่านแล้ว อาจจะอึ้ง จนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ประวัติ DRAGUNOV ปืนไรเฟิลในตำนาน 

     สำหรับธุรกิจ ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ที่เคยประสบความสำเร็จในสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามนั้น เริ่มค่อย ๆ จางหายไปหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1  และนี่เป็นสาเหตุที่มีการแก้ไข้คำสอนหลักของทหาร คือ เราจะทำลายศัตรูด้วยการโจมตีด้วยนิวเคลียร์เพียงครั้งเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายยุค 50 ของศตวรรษที่ 20 หลักคำสอนนี้ ได้รับการแก้ไข และมีการตัดสินใจที่จะแนะนำสไนเปอร์แบบเต็มเวลา ในหน่วยปืนไรเฟิลซุ่มยิง จากนั้นในปี 1958 ได้มีข้อกำหนดสำหรับปืนไรเฟิลซุ่มยิงกองทัพ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับกองทัพ ดังนั้นแล้ว ทีมออกแบบของ E.F. DRAGUNOV, S. G. SIMONOV และ A. S. KONSTANTINOV SIMONOV และ KONSTANTINOV ที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างอาวุธให้กับกองทัพ และ DRAGUNOV ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างปืนไรเฟิล ที่มีความแม่นยำสูงสุด โดยในปี 1949 ได้มีการออกแบบ ปืนไรเฟิล S-49 โดยการยิงครั้งแรกแสดงให้เห็นผลลัพธ์ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ประวัติความเป็นมา DRAGUNOV ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ในตำนาน

CV-55 ปืนไรเฟิลในตำนานรุ่นต่อมา

     สำหรับรุ่นต่อมาคือ CV-55 “ZENITH” โดยมีปัญหายากที่สุดในการออกแบบคือ การโหลดตัวเอง เพราะปืนไรเฟิลควรพร้อมที่จะยิงโดยอัตโนมัติ หลังจากการยิงในแต่ละครั้ง อีกทั้งความแม่นยำของปืนไรเฟิล ควรอยู่ในระดับปืนไรเฟิลที่มีการบรรจุกระสุนใหม่ แต่ทั้งนั้นทั้งนั้น อาวุธอัตโนมัติ จะมีความแม่นยำน้อยกว่าเสมอ เพราะก่อนที่กระสุนจะออกจากถังกลไกนั้น การบรรจุกระสุน และกลไกปืน ก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ และนอกจากนี้ ปืนไรเฟิลของกองทัพต้องมีความน่าเชื่อถือ พร้อมทุกสภาพการใช้งาน ดังนั้นแล้ว การทำเช่นนี้ จึงต้องมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างชิ้นส่วน และกลไกจะต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เพื่อให้ความแม่นยำในการยิงไม่ได้ลดลง และช่องว่างเหล่านี้ จะต้องลดลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงความเร็วในการเคลื่อนที่ของกลไกด้วย

ประวัติความเป็นมา DRAGUNOV ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ในตำนาน

การทดสอบครั้งแรก ของปืนไรเฟิลในตำนาน

     การทดสอบครั้งแรกของปืนไรเฟิล ได้ถูกดำเนินการในปี 1959 ความแม่นยำของปืนไรเฟิลรุ่นที่ถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานคือ SIMOMOV และ KONSTANTINOV เนื่องจากปืนทั้งสองนี้ มีความน่าเชื่อถืออย่างยอดเยี่ยม และการทำงานอัตโนมัติที่แม่นยำ แต่ปืนไรเฟิลของทีมออกแบบ DRAGUNOV ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ทั้งเรื่องความแม่นยำ และมีความน่าเชื่อถือต่ำ แต่ที่น่าแปลกใจคือ ปืนไรเฟิลนี้ ได้รับการออกแบบให้เป็นแบบสปอร์ต โดยมีชิ้นส่วนที่แข็งแกร่ง แต่หลังจากการทดสอบยิงแล้วนั้น กลับพบว่า ปืนไรเฟิล DRAGUNOV มักจะติดขัดอยู่บ่อยครั้ง แต่ในขณะที่ปืนอีกสองกระบอกไม่มีการติดขัดแต่อย่างไร อย่างไรก็ตาม ปืนทั้งสามนี้ ได้ผ่านการทดสอบเบื้องต้น และหลังจากนั้นหนึ่งปี ได้รับการแก้ไขข้อบกพร่องที่เราได้กล่าวไปทั้งหมด แต่สำหรับการทดสอบครั้งสองของปืนไรเฟิล SIMONOV ได้ถูกลบออกจากการแข่งขัน เนื่องจากมีความแม่นยำต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ปืนอีกสองกระบอก ยังคงอยู่

ประวัติความเป็นมา DRAGUNOV ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ในตำนาน

DRAGUNOV ยังคงเป็นปืนไรเฟิลในตำนาน

     สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทางกองทัพได้เลือกปืน DRAGUNOV เนื่องจากสามารถกำจัดข้อบกพร่องต่าง ๆ ออกไปได้ ซึ่งทั้งกลุ่ม DRAGUNOV และกลุ่ม KONSTANTINOV ได้ร่วมกันทำงานกับปืนไรเฟิล โดยการปรับแต่งนี้ ใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะสมบูรณ์แบบ โดยในปี 1963 ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ได้ถูกนำมาใช้ภายใต้ชื่อ “DRAGUNOV SNIPER RIFLE (SVD)” โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7.62 มม. และต่อมาเฉพาะปืนไรเฟิลรุ่นนี้ ได้ใช้กระสุนปืน 7N1 พร้อมกระสุนไฟ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา

ประวัติความเป็นมา DRAGUNOV ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ในตำนาน

     จนมาถึงปัจจุบันกว่า 50 ปี หลังจากได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการของระบบ “SVD” ก็ยังคงให้บริการกับรัสเซีย และกองทัพอื่น ๆ จากทั่วโลก ถือได้ว่าเป็นปืนไรเฟิลในตำนานอย่างแท้จริง 

Categories
ความรู้เรื่องปืน ปืนประเภทต่างๆ

5 อันดับปืนไรเฟิลที่แรงที่สุดในโลก

5 อันดับปืนไรเฟิลที่แรงที่สุดในโลก

     ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับ 5 อันดับปืนไรเฟิลที่แรงที่สุดในโลก เรามาทำความรู้จักกับ ปืนไรเฟิลก่อนดีกว่า ว่ามันคือปืนอะไร “ปืนไรเฟิล” คือ อาวุธปืนที่มีขนาดยาว ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยิงทำลายเป้าหมายที่อยู่ในระยะไกลโดยเฉพาะ โดยมีพานท้ายสำหรับใช้ประทับร่องไหล่ เพื่อช่วยในการเล็งเป้าหมาย ภายในลำกล้องมีการเซาะให้เป็นสัน และร่องเกลียวที่ผนังลำกล้อง ซึ่งเมื่อสันเกลียวนี้ ได้สัมผัสกับหัวกระสุน และรีดหัวกระสุนไปตามสันเกลียว และหมุนควงรอบตัวเอง เทียบได้กับการขว้างลูกบอล ในกีฬาอเมริกันฟุตบอล ดังนั้น คำว่า “ไรเฟิล” จึงมาจากคำว่า RIFLING ซึ่งแปลว่า การทำให้เป็นร่องนั่นเอง

อันดับ 5 : M24 

     สำหรับปืนซุ่มยิง M24 ที่ติด5 อันดับปืนไรเฟิลที่แรงที่สุดในโลกนี้ เป็นของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ขนาด 7.62 ม.ม. ยาว 1.092 กล้องเล็งหนัก 794 กรัม ขาทรายหนัก 318 กรัม ซองกระสุน 5 นัด ความเร็วกระสุน 853 เมตรต่อวินาที มีระยะยิงหวังผล 800 เมตร ผลิตโดย บริษัท อาร์ม คัมพานี นิวยอร์ค

M24
M24

อันดับ 4: M110 SR25

     สำหรับ M110 SR25 เป็นปืนยาว ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย REED KNIGHT และ EUGENE STONER โดยในช่วงปี 1990 มีสาระสำคัญอยู่ตรงที่ SR25 สามารถปรับขนาดปืนให้ยาวถึง 7.62 x 51 สำหรับในส่วนของปืนยาวใหม่นี้ ได้ถูกถอดเปลี่ยนกับ AR-15 โดยปืนรุ่นนี้ ขายดีในหมู่นักกีฬาปืนยาวพลเรือน เพื่อใช้ในการล่าสัตว์ หรือยิงเป้า อีกทั้งปืนยาวนี้ ยังนิยมในกองทัพทหารของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

M110 SR25
M110 SR25

อันดับ 3 : PSG-1 

     เป็นปืนสไนเปอร์ไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ ผลิตโดยบริษัท H&K ประเทศเยอรมัน ซึ่งชื่อของมันแปลได้ว่า ปืนที่แม่นยำมากที่สุด  ผลิตโดยใช้โครงสร้างของ G3 โมเดล เป็นปืนที่มีความแม่นยำสูงที่สุด อีกทั้งยังได้รับการประเมินว่า เป็นปืนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด สำหรับภารกิจต่อต้านการก่อการร้ายของ SNIPER RIFLE ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เมื่อยิงในระยะ 100 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของเป้าหมายจะเท่ากับ 6.99 มม. ดังนั้น เมื่อยิงในระยะ 300 เมตร จะเท่ากับ 80 มม. แต่ก็ไม่มีเหตุผล ที่จะงานในทางทหารทั่ว ๆ ไป เพราะไม่สามารถโดนฝุ่น หรือดินโคลนได้ อีกทั้งยังมีน้ำหนักมากกว่า 8 กิโลกรัม แต่ก็มีราคาแพงสมคุณภาพ คือ กระบอกละ 12,000 US $ สำหรับปืนไรเฟิลซุ่มยิง H&K PSG-1 ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ ROLLER-DELAYED BLOWBACK เหมือนกับปืนไรเฟิลอื่น ๆ ของค่าย H&K แต่ไม่สามารถยิงแบบอัตโนมัติได้ ยิงได้แต่แบบกึ่งอัตโนมัติ โดยใช้กระสุนขนาด .308 WINHESTER หรือ 7.62 x 51 MM. NATO ความจุ 5 นัด และ 20 นัด

PSG-1 
PSG-1 

อันดับ 2 : DRAGUNOV SVD 

     เป็นปืนอีกหนึ่งรุ่นที่ติด5 อันดับปืนไรเฟิลที่แรงที่สุดในโลก เป็นรุ่นที่ดัดแปลงมาจากหลาย ๆ อย่างมาจากปืนไรเฟิล AK ของรัสเซีย จึงทำให้กลายเป็นสไนเปอร์ ไรเฟิล ด้วยการดัดแปลงลำกล้องให้ยาวขึ้น มีการเปลี่ยนท้ายปืน และเพิ่ม FEEDER เข้าไป ซึ่งในปัจจุบัน DRAUNOV SVD นี้ ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในยุโรปตะวันออก และรัสเซีย เพราะมันสามารถเล็งเป้าหมายที่เคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีความแม่นยำในการยิง โดยการใช้เลนส์รุ่น PSO-1M2 ที่สามารถปรับความเร็วในการยิงได้ โดยใช้การทำงานของแก๊ซ จึงทำให้มีความปลอดภัยในการยิง และควบคุมปืนให้สูงขึ้น ดังนั้นแล้ว DRAGUNOV SVD จึงจัดเป็นปืนของพลชี้เป้า ไม่ได้เป็น SNIPER RIFLE แบบเต็มตัว เนื่องจากมีความแม่นยำที่ไม่มากนัก

DRAGUNOV SVD 
DRAGUNOV SVD 

อันดับ 1 : L115 A3 AWM 

     สำหรับปืนที่ติดอันดับ 1 นี้ เป็นปืนสไนเปอร์ระยะไกล ที่ยิงได้อย่างแม่นยำ ในระยะ 1,500 เมตร เป็นปืนที่ถูกนำไปใช้ใน 8 ประเทศ ในปัจจุบัน และมีนายทหารชาวอังกฤษ ในเมืองผู้ดีท่านหนึ่ง ได้ทุบสถิติที่ SNIPER ทุกคนเคยทำมา ด้วยการยิงไกลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีมา หรือเรียกได้ว่า สามารถทุบทุกสถิติที่สไนเปอร์จากทั่วโลกได้เคยทำไว้ เขาได้สังหารทหารพลปืนกลเบาสองนาย จากระยะทางที่มากถึง 2.47 กิโลเมตรในหุบเขาอัฟกานิสถาน ซึ่งไกลเกินกว่าระยะที่ปืน L115A3 ของอังกฤษได้เคยทำไว้อีกด้วย

L115 A3 AWM 
L115 A3 AWM 


     จบกันไปแล้วกับ 5 อันดับปืนไรเฟิลที่แรงที่สุดในโลก เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับข้อมูลที่เราได้นำมาเสนอในวันนี้ ซึ่งหากผู้เล่นปืนมือใหม่ อยากที่จะค้นคว้าหาข้อมูลปืนอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถติดตามหาอ่านได้จากบทความต่อ ๆ ไปของเราได้ครับ

Categories
ความรู้เรื่องปืน บทความอื่นๆ

วิธีเลือกซื้อปืน BB Gun ต้องเลือกอย่างไร ถึงจะของดี

วิธีเลือกซื้อปืน BB Gun ต้องเลือกอย่างไร ถึงจะของดี

     สำหรับกลุ่มผู้เล่น bb gun ชลบุรี สามารถจำแนกแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มที่เป็นขาประจำเล่นตามสนามต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองใหญ่ ๆ, กลุ่มซื้อเพื่อเก็บสะสม กลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้ว จะไม่ค่อยมีเวลาเล่นตามสนามต่าง ๆ แต่จะเป็นคนมีฐานนะทางการเงินดี มีกำลังซื้อสูง และที่สำคัญ คนกลุ่มนี้ชื่นชอบในการสะสมปืนแปลก ๆ แพง ๆ สำหรับกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มที่ซื้อเพื่อไปเล่นกันเองเป็นการส่วนตัว โดยส่วนมากแล้ว คนกลุ่มนี้จะอยู่ต่างจังหวัด และมีที่ดินหลายร้อยไร่ในการเล่น และในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกซื้อปืน BB GUN อย่างถูกวิธีมาฝากกันครับ รายละเอียดดังนี้

วิธีเลือกซื้อปืน BB Gun ต้องเลือกอย่างไร ถึงจะของดี

1. มอหาเครื่องหมาย ASGK

     สำหรับ “ปืนอัดลมเบา” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปืนบีบี” อย่าเพิ่งสับสนกับคำว่า “ปืนลม หรือปืนอัดลม” เพราะมันมีความหมายที่ต่างกัน สำหรับปืนบีบี ที่เรารู้จักกันนั้น จะมีทั้งชนิดทำเทียมลอกเลียนแบบจากจีนแผ่นดินใหญ่ และประเทศญี่ปุ่น แต่เราบอกได้เลยว่า คุณภาพปืนจากจีนนั้น ไม่สามารถเทียบเท่าปืนที่ผลิตจากญี่ปุ่นได้เลย อีกทั้ง ปืนบีบี ที่ผลิตจากญี่ปุ่นแทบทุกยี่ห้อ จะต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานในด้านความปลอดภัย ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับตรารับรอง ASGK มาติดไว้ที่ข้างกล่องผลิตภัณฑ์ ถึงจะนำออกมาจำหน่ายได้ ดังนั้นแล้ว หากใครกำลังคิดจะซื้อbb gun ชลบุรี สักกระบอก อย่าลืมสังเกตสติ๊กเกอร์เครื่องหมายนี้ทุกครั้งก่อนซื้อ ก็จะอุ่นใจได้ระดับหนึ่ง ว่าปืนบีบีที่ซื้อมานั้น ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

วิธีเลือกซื้อปืน BB Gun ต้องเลือกอย่างไร ถึงจะของดี

2. ตรวจเช็คดูอุปกรณ์ให้ครบ

     นอกจากตราเครื่องหมาย ASGK แล้วนั้น หากเปิดกล่องออกมา สิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนอื่นเลยคือ ต้องตรวจเช็คอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ภายในกล่องด้วยทุกครั้ง โดยเฉพาะกระสุนปืนบีบี ที่บรรจุอยู่ในถุงซิปเล็ก ๆ จำนวนประมาณ 1 – 200 นัด ว่ามีให้มาด้วยหรือปล่าว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วนั้น เท่าที่ตรวจพบถุงกระสุนของแถม มักจะหายอยู่บ่อย ๆ ด้วยเหตุที่พ่อค้าบางคนไม่สุจริต จึงแอบหยิบออกมาแยกขายต่างหาก หรือไม่บางทีก็แอบแบ่งเทออกมาถุงละนิดหน่อย แล้วนำมารวมกัน เพื่อบรรจุถุงใหม่ แล้วนำมาขายซ้ำอีกรอบ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ แอบแบ่งกระสุนในถุงใหญ่ขนาดความจุ 3,500 เม็ด ออกมาจำนวนหนึ่งแล้ว นำมารวม ๆ กัน จากนั้นนำไปบรรจุใหม่ ดังนั้นแล้ว จึงทำให้ถุงกระสุนปืนบีบี ซึ่งโดยมาตรฐานแล้วนั้น จะบรรจุจำนวน 3,500 เม็ด ไม่ขาดไม่เกินจากนี้ แต่นอกจากปัญหาเรื่องกระสุนหายที่พบบ่อย ๆ แล้วนั้น บางครั้งอุปกรณ์ที่แถมมาให้เฉพาะ บางอย่างก็หายไปด้วย ตัวอย่างเช่น รางติดใต้คอปืน เป็นต้น ซึ่งมักพบว่าหายไปจากกล่อง โดยไม่มีเหตุอันสมควร 

วิธีเลือกซื้อปืน BB Gun ต้องเลือกอย่างไร ถึงจะของดี

3. ตรวจดูสภาพน็อตยึดต่าง ๆเนื่องจากว่า ปัจจุบันปืน bb gun ชลบุรี

     ที่มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศนั้น  จะมีทั้งการนำเข้าจากประเทศฮ่องกง และญี่ปุ่น แน่นอนว่า ต้นทุนการนำเข้าจากทั้งสองประเทศนี้ ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้ว การนำเข้าจากฮ่องกง ย่อมมีราคาต้นทุนที่ถูกกว่าการนำเข้าจากญี่ปุ่น และเป็นธรรมชาติของการทำธุรกิจ ที่ยิ่งลดต้นทุนได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำกำไรได้มากเท่านั้น ดังนั้น การนำเข้าปืนบีบีในบางราย จึงใช้วิธีการถอดแยกออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจพบ จากนั้นนำกลับมาให้ช่างในบ้านเรา ประกอบขึ้นมาใหม่ จึงเป็นที่แน่นอนอีกว่า การที่นำเข้าชิ้นส่วนปืนบีบีมาร้อย ๆ กระบอกนั้น เมื่อมีการสั่งออเดอร์เป็นจำนวนมาก การเร่งรีบในการประกอบ ย่อมมีโอกาสเสี่ยง ที่จะได้จะปืนที่มีสภาพไม่ครบสมบูรณ์ 100% อีกทั้งยังไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ

Categories
ความรู้เรื่องปืน บทความอื่นๆ

5 อันดับ ปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

5 อันดับ ปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

     ปืนไรเฟิลซุ่มยิง คือปืนยาว ที่สามารถวางตำแหน่งกระสุนได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังเป็นสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก โดยทั่วไปปืนไรเฟิลซุ่มยิงจะถูกสร้างขึ้นอย่างระมัดระวัง ในความถูกต้อง และเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดตั้งกล้องเล็ง รวมถึงรังเพลิงสำหรับปลอกกระสุนชนวนกลาง ซึ่งคำ ๆ นี้เราจะได้ยินบ่อยครั้งในสื่อใช้บรรยายถึงปืนที่ติดกล้องส่องเพิ่ม ที่ใช้กับเป้าหมายที่เป็นบุคคล โดยบทบาททางทหารของพลซุ่มยิงนี้ เริ่มมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 แต่ปืนไรเฟิลซุ่มยิง ที่จริงแล้ว เพิ่งเริ่มกลับมามีการพัฒนาเป็นอย่างมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยความก้าวหน้าของเทคโนยี โดยเฉพาะกล่องส่อง และอุตสาหกรรมการผลิต จึงช่วงเพิ่มความแม่นยำให้กับปืน และยิ่งถูกใช้ด้วยบุคคลากรทางกองทัพ ที่ได้รับการฝึกเป็นพิเศษ การยิงปืนจะแม่นยำกว่าปืนไรเฟิลปกติ สำหรับปืนไรเฟิลซุ่มยิง อาจมีพื้นฐานจากปืนไรเฟิลพื้นฐาน แต่เมื่อติดกล้องส่อง มันจะกลายเป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิง

1. DRAGUNOV SVD

     เป็นปืนที่ใช้กระสุนขนาด 7.62 x 54 MMR ความยาวลำกล้อง 620 มม. ความเร็วของกระสุน 830 ม./วินาที มีระยะหวังผล 800 เมตร แต่หากใช้กล้อง PSO-1M2-1 ในการเล็ง ก็จะสามารถยิ่งได้ไกลถึง 1,300 เมตร จึงถือว่าได้ เป็นปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก อีกกระบอกหนึ่งเลยก็ว่าได้

5 อันดับ ปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

2. PSG-1

     สำหรับปืน PSG-1 นี้ ถือเป็นปืนสไนเปอร์ไรเฟิล ในแบบกึ่งอัตโนมัติ ของบริษัท H&K ในประเทศเยอรมัน ชื่อของมันหมายถึงปืนที่มีความแม่นยำ ผลิตโดยใช้โครงสร้างของ G3 โมเดล เป็นปืนที่มีความแม่นยำสูงที่สุด และยังได้รับการประเมินว่า เป็นปืนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด สำหรับภารกิจต่อต้านการก่อการร้ายของ SNIPER RIFLE ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเมื่อยิงในระยะ 100 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของเป้าหมาย จะเท่ากับ 6.99 มม เมื่อยิงในระยะ 300 เมตร จะเท่ากับ 80 มม. แต่ไม่มีเหตุผลที่จะใช้งาน สำหรับภารกิจทางทหารทั่ว ๆ ไป เนื่องจากไม่สามารถโดนฝุ่นดิน หรือโคลนได้ มีน้ำหนังมากเกินก่า 8 กก. แม้จะมีราคาแพง แต่ก็สมคุณภาพ โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 12,000 US สำหรับปืนไรเฟิลซุ่มยิง H&K PSG-1 ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ ROLLER-DELAYED BLOWBACK เหมือนปืนไรเฟิลอื่น ๆ ของค่าย H&K เพียงแต่ไม่สามารถยิงแบบอัตโนมัติได้ ยิงแต่แบบกึ่งอัตโนมัติ โดยใช้กระสุนขนาด .038 WINHESTER หรือ 7.62 & 215:51 MM. NATO ความจุ 5 นัด และ 20 นัด

5 อันดับ ปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

3. L115A3 AWM

     เป็นปืนยาวประจำการ ขนาด .338 ลาปัวแม็กนั่ม กับกล้อง ชนิดม์แอนด์แบนเดอร์ SCHMIDT&BENDER 5-25×56 PPM II LP สถิติการยิงในระยะไกลล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อ สต.เครก แฮริสสัน CRAIG HARRISON กรมวังจากกองทหารม้ารักษาพระองค์ โดยใช้ปืนยาว L115A3 ยิงพลปืนกล 2 นาย ที่เข้าโจมตีหน่วยของเขา ที่ระยะยิง 2760 หลา หรือ 1.54 ไมล์, 2.47 กิโลเมตร หรือ 2,470 เมตร จึงถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งปืนสไนเปอร์ สไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

5 อันดับ ปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

4. CHAYTAC .408

     ปืนไรเฟิลซุ่มยิง CHEY TAC INTERVENTION ใช้กระสุนขนาด .408 CHEY TAC ระบบปฏิบัติการแบบ BOLT-ACTION ซึ่งหากใครจำได้ ปืนไรเฟิลรุ่นนี้ ได้ถูกใช้ในหนัง Shooter ซึ่งเป็นปืนคู่ใจของ BOBLY SWAGGER M200 เป็นสไนเปอร์ ระบบ BOLT ACTION คือขึ้นลำยิงได้ทีละ 1 นัด โดยใช้กระสุนที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ ขนาด .408 CHEY TAC 1 MAGAZINE สามารถใส่กระสุนสังหารได้ 7 ลูก ระยะที่ยิงไกลที่สุดอยู่ที่ 2,300 เมตร ถือว่าเป็นสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลกในขณะนี้เลยก็ว่าได้

5 อันดับ ปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

5. BARRETT .50 CAL

     เป็นปืนซุ่ยิงระยะไกล ที่มีอำนาจการยิงสูง ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยบริษัท BARRETT FIREARMS USA ถือเป็นปืนซุ่มยิง ที่ประจำอยู่หลายหน่วยทั่วโลก เป็นปืนซุ่มยิง กึ่งอัตโนมัติ ที่มีรังเพลิงไว้ใช้กับลูกขนาด .50 โดยมีอำนานการทำลายสูง ด้วยประสิทธิภาพการยิงที่แม่นยำ ในระยะ 1.5 กม. รวมทั้งสถิติการยิงในระยะ 2.5 กม. หรือ 2,500 เมตร รวมทั้งกระสุนที่มีพลังงานสูง มีประสิทธิภาพสามารถปฎิบัติการต่อเป้าหมายที่สำคัญ เช่น หอควบคุมเรดาห์  หรือรถบรรทุก เป็นต้น

5 อันดับ ปืนสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก

     จบกันไปแล้ว กับ5 อันดับสไนเปอร์ที่ยิงไกลที่สุดในโลก เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พอคุ้น ๆ รุ่นกันบ้างไหม แต่เราเชื่อมั่นว่า หากคุณเป็นคอสไนเปอร์ตัวยง คงต้องรู้จักปืนสไนเปอร์ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ แต่สำหรับมือใหม่ เพิ่งเริ่มเรียนรู้เรื่องปืน เชื่อมั่นอีกว่า สำหรับบทความนี้ คงเป็นประโยชน์กับคุณ ไม่มากก็น้อย ขอบคุณครับ

Categories
ความรู้เรื่องปืน บทความอื่นๆ

5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก

5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก

     ปืนกล เป็นอาวุธปืนที่ใช้แมกกาซีน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปืนอัตโนมัติในแบบอื่น ๆ และยังสามารถใช้กระสุนของปืนพกได้อีด้วย และด้วยขนาดที่เล็กของพวกมันนั้น และมีกระสุนที่ไม่ทะลุทะลวงจนเกินไป ปืนกลจึงมักเป็นที่ชื่นอบในกองทัพ และตำรวจ ดังนั้น ในวันนี้เราจะมาพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ 5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก แต่จะมีรุ่นไหนบ้าง พร้อมแล้วตามเรามาได้เลยครับ

1. MP7

     สำหรับปืนกล MP7นี้ ถูกจัดอยู่ในจำพวกอาวุธป้องกันตัว เนื่องจากมีน้ำหนักเบา และมีขนาดกระทัดรัด ใช้วัสดุโพลีเมอร์เป็นหลัก และเสริมความแข็งแกร่งด้วยยางเทียม ที่มีแกนโลหะสอดอยู่ด้านใน ตรงส่วนที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ อีกทั้ง MP7 นี้ ยังสามารถทำการยิงได้ทั้งมือเดียว และสองมือ และด้วยลำกล้องที่มีขนาดยาวเพียงแค่ 7” MP7 จึงยิงชุด 10 นัด ในระยะ 45 เมตร โดยมีการกระจายของกลุ่มกระสุนไม่เกิน 2” ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม MP 7 ถึงติด 5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก 

โดยลักษณะการทำงานของ MP7 นี้ มีหลักการคล้าย ๆ กับไรเฟิลจู่โจม เพียงแต่ย่อส่วนลงมาเท่านั้นเอง ซึ่งอาวุธชนิดนี้ ยังใช้รางติดกล้องเล็งแบบ พิคาทินี่ ที่สามารถติดตั้งกล้องเล็ง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้อีก เรียกได้ว่าแทบจะทุกแบบเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญ MP7 นี้ ยังสามารถติดตั้งรางติดอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ด้านข้างของตัวปืนได้อีกด้วย

5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก

2. HECKLER & KOCH HK MP5

     สำหรับปืน เฮคเลอร์แอนดคอช เอ็มพี 5 นี้ เป็นปืนกลมือ 9 ม.ม. ที่ถูกพัฒนาขึ้นในปีค.ศ. 1960 โดยกลุ่มวิศวกรของบริษัทผลิตอาวุธเล็ก เฮคแลร์อุนด์คอค จากเยอรมนีตะวันตก จากที่บริษัทได้ประสบความสำเร็จในปืนเล็กยาว ที่ประกอบด้วยอาวุธปืน 4 อย่างด้วยกัน โดยในรุ่นแรกนั้น ใช้กระสุนแบบ 7.62×51 ม.ม. รุ่นที่สองใช้ 7.62×39 ม.ม. รุ่นที่สามใช้ 5.56×45ม.ม. และรุ่นที่สี่ใช้ 9×19 ม.ม. ซึ่งปืนพก เอ็มพี5 นั้น ถูกสร้างขึ้นในกลุ่มที่สี่อาวุธปืนนี้ 

สำหรับงานสร้างเอ็มพี5 นี้ เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1964 และเมื่อสร้างเสร็จเพียงไม่ถึงสองปีเท่านั้น ก็ได้ถูกนำไปใช้ในกองตำรวจของเยอรมัน และกองกำลังพิเศษ อีกทั้งเอ็มพี5 ยังถูกใช้โดยกองกำลังติดอาวุธ และผู้คุมกฎหมายในกว่า 40 ประเทศ จึงถือได้ว่า เป็นปืนกลมือ ที่ถูกผลิตภายใต้ใบอนุญาติในอีกหลายประเทศ

5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก

3. FN P90 SMG

     สำหรับพี90 คือปืนกลมือ ที่ออกแบบโดยเบลเยียม ซึ่งมีชื่อย่อของอาวุธมากจากโครงการ 90 โดยการเจาะจงระบบอาวุธของทศวรรษที่ 1990 ซึ่งปืนกล พี90 นี้ ถูกจัดว่าเป็นอาวุธป้องกันประจำตัว เนื่องจากลักษณะการออกแบบนั้น ถูกออกแบบมาให้เป็นอาวุธขนาดกะทัดรัด แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง สำหรับการใช้งานของพลขับ ผู้ให้การสนับสนุน หน่วยรบพิเศษ หน่วยต่อต้านผู้ก่อการร้าย และผู้ทำงานด้านอาวุธ

พี 90 ถูกพัฒนาเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2529 – 2530 โดยมีจุดเด่นที่ความกะทัดรัด มีด้ามจับแบบสองมือ และโครงสร้างทำจากพอลิเมอร์ และอัลลอย ถือเป็นอาวุธ ที่มีนวัตกรรมใหม่หลายอย่างรวมกัน รวมถึงกระสุนขนาด 5.7×28 ม.ม. ที่ออกแบบมาให้เจาะทะลุเกราะกันกระสุดได้มากกว่ากระสุนปืนพก

5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก

4. KRISS VECTOR / KRISS SUPER V / .45 / 9MM.

     KRISS VECTOR คือปืนกลมือ ที่ผลิตโดยบริษัท KRISS USA INC. ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มผลิต และออกวางจำหน่ายในปี 2009 ภายใต้คอนเซปต์ “ปืนกลมือแห่งอนาคต” และไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไม KRISS VECTOR จึงได้ติด 5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจาก มีจุดเด่นตรงที่มีน้ำหนักเบา เพิ่มความคล่องตัวในการใช้ อีกทั้งยังมีแรงถีบร้อยมาก เมื่อเทียบกับปืนกลรุ่นอื่น ๆ 

สิ่งที่ทำให้ KRISS VECTOR กลายเป็นปืนกลมือที่ดีที่สุดของโลกคือ การออกแบบที่ใช้ระบบลูกเลื่อนแบบวิ่งลง จึงทำให้แรงถอยของลูกเลื่อนปืนขณะยิง วิ่งลงเป็นแนวเฉียง จึงทำให้การหักล้าง กับแรงระเบิดในขณะยิง ปืนเกิดการสะบัดน้อยมาก เหมาะสำหรับการใช้งานในระยะประชิด

5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก

5. UZI / MINI UZI / MICRO UZI

     เป็นปืนกลมือ บรรจุกระสุนขนาด 9 มม. พาราเบลลัม ของประเทศอิสราเอล ถูกคิดค้นโดย พ.ต. UZIEL GAL และได้ถูกผลิตในบริษัท IMI เป็นโรงงานผลิตอาวุธให้กับกองทัพอิสราเอล ในปี 1949 ปืนกล UZI ได้เข้าประจำการในกองทัพอิสราเอล โดยเหล่าทหารของอิสราเอลนั้น ได้ใช้งานในการรบหลากหลายสงคราม 

ด้วยประสิทธิภาพของ UZI จึงทำให้ทางอิสราเอลเอาชนะสงครามได้หลายสมรภูมิ และนั่นจึงทำให้ UZI มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ต่อมาทางบริษัท IMI ได้มีการผลิตอาวุธเพื่อออกวางจำหน่ายสู่ตลาดโลกมากขึ้น และยังได้ออกแบบพร้อมกับผลิตปืนพกขนาด 9 มม. โดยใช้ชื่อว่า เจอริคโก ซึ่งเป็นการถอดแบบกลไกมาจาก CZ 75 นั่นเอง

5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก

     จบกันไปแล้ว สำหรับ 5 อันดับปืนกลที่ดีที่สุดในโลก เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับใครที่กำลังหาปืนคู่ใจไว้ข้างกาย แนะนำว่า ควรหาปืนที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง เพราะอย่างที่เราเคยกล่าวไปแล้วว่า ปืนในแต่ละรุ่นนั้น มีการใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นแล้ว ก่อนที่เราจะหาซื้อปืนสักกระบอก เราควรที่จะศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน เพื่อที่จะไม่ได้เสียใจในภายหลัง

Categories
ความรู้เรื่องปืน

อาวุธปืน ปืนลูกซองมีกี่ประเภท แต่ละประเภทใช้งานอย่างไร

อาวุธปืน ปืนลูกซองมีกี่ประเภท แต่ละประเภทใช้งานอย่างไร

     สำหรับปืนลูกซอง เป็น อาวุธปืน ที่มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุดในการป้องกันตัวในระยะไม่เกิน 40 เมตรลงมา อีกทั้งในปัจจุบัน กลไกตลาดปืนในเมืองไทยนั้น ปืนลูกซองยาว จัดได้ว่าเป็นปืนที่มีราคาต่ำมากที่สุดในบรรดาปืนประเภทต่าง ๆ ซึ่งถ้าคุณอาศัยอยู่ในพื้นกว้าง เช่น ไร่สวน หรือไร่นา เป็นต้น ปืนลูกซอง ก็อาจเป็นปืนกระบอกสอง หลังจากที่คุณมีปืนสั้นแล้ว

Saiga-12

ปืนลูกซองมีกี่ประเภท แต่ละประเภทใช้งานอย่างไร 

     สำหรับข้อดีของ อาวุธปืน ลูกซองนั้น จะอยู่ที่กระสุน เพราะมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย สำหรับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป และในวันนี้ เราจะพาคุณไปดูเรื่องตัวปืนลูกซอง ที่มีกลไกให้เลือกหลากหลายแบบ ว่ามีประเภทใดได้บ้าง พร้อมแล้วตามเรามาได้เลยครับ

 

  • ปืนลูกซองเดี่ยว

เป็นปืนที่มีกลไกแบบง่าย ๆ เพียงแค่เปิดล็อค หักลำปืน ให้ลำกล้องเปิดกระดกขึ้นมา ให้ใส่ลูก หรือหยิบลูกออกได้ 1 นัด ถือเป็นปืนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชาวบ้านป่า เพราะใช้งานง่าย ทนทาน น้ำหนักเบา และมีราคาถูกมากที่สุด

 

  • ปืนลูกซองเดี่ยวไบคาล

เป็นปืนลูกซองแฝด มาจากประเทศรัสเซีย ถือเป็นปืนเกรดดีมาตั้งแต่ยุคก่อน ครองใจชาวบ้านป่าเป็นอย่างมาก อีกทั้งการผลิตปืนลูกซองแฝดจะให้มีคุณภาพดีนั้น จะต้องใช้ฝีมืออย่างมาก โดยมี 2 แบบด้วยกันคือ แฝดซ้อน ที่มีลำกล้องอยู่บน – ล่าง และแฝดขนาน ที่มีลำกล้องอยู่ด้านซ้าย และขวา แต่การใช้งานไม่ต่างจากการลูกซองเดี่ยวมากนัก เพียงแค่ใส่กระสุนได้ครั้งละ 2 นัด

 

  • ปืนลูกซองแบบปั๊ม 

ถือเป็นปืนลูกซองที่นิยมใช้กันมากอีกแบบหนึ่ง เพราะเหมาะสำหรับการต่อสู้ป้องกันตัว เนื่องจากบรรจุกระสุนได้หลายนัด อีกทั้งยังสามารถยิงซ้ำได้รวดเร็ว มีกลไกที่ไว้ใจได้ และมีราคาไม่แพงมากนัก โดยการบริหารกลไกคือ เมื่อยิงแล้ว ผู้ยิงต้องสาวกระโจมมือเข้าหาตัวเอง เพื่อสลัดปลอก และขึ้นลำ จากนั้นดันกลับไปข้างหน้า เพื่อป้อนกระสุนนัดใหม่เข้าสู่รังเพลิง เพียงแค่นี้ ปืนก็จะพร้อมยิง สำหรับการบรรจุกระสุนนั้น จะบรรจุในหลอดที่อยู่ใต้ลำกล้อง โดยส่วนใหญ่แล้ว จะบรรจุได้ 5 นัด จึงทำให้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลูกซอง 5 นัด แต่ในบางกระบอก อาจบรรจุได้ถึง 7 – 8 นัด

 

  • ปืนลูกซองเซมิออโต้

สำหรับปืนลูกซองเซมิออโต้นี้ อาจมีกลไกซับซ้อนขึ้นมาอีกหน่อย แต่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก สำหรับคนที่พร้อมจะทำความเข้าใจ และฝึกให้คุ้นเคย โดยในยุคก่อนอาวุธปืนลูกซองออโต้นั้น ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เพราะมีชิ้นส่วนที่ซับซ้อน อีกทั้งยังต้องคอยดูแลบำรุงรักษา ถ้าใช้กระสุนในบางอย่าง ก็อาจมีโอกาสในการติดขัดได้ มีน้ำหนักมาก ราคาแพง แต่ในปัจจุบัน ปืนลูกซองออไต้ได้มีการพัฒนาไปมาก อีกทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ซึ่งถ้าเป็นยี่ห้อดี ๆ ก็จะมีกลไก และการทำงานที่เชื่อถือได้ สำหรับปืนลูกซองออโต้ในปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งแบบบรรจุกระสุนในหลอดใต้ลำกล้อง และแบบแม็กกาซีนใต้ตัวปืน

 

     ดังนั้นแล้ว หากใครกำลังหาเลือกซื้อ อาวุธปืน ลูกซองอยู่ แนะนำว่า ควรเลือกประเภทปืนตามความเหมาะสมกับการใช้งาน และตามความถนัดของผู้ใช้งาน เพราะอย่างที่เราได้บอกไปหลายบทความแล้วว่า ปืนในแต่ละประเภทนั้น จะมีการใช้งานที่ต่างกัน อีกทั้ง ผู้ใช้ปืน ควรจะต้องมีความรู้เรื่อง พื้นฐานในการใช้ปืนอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย เช่น การวางปืนในลักษณะใดถึงจะปลอดภัย หรือเก็บปืนอย่างไรถึงจะปลอดภัย และที่สำคัญ ในขณะที่เราถือปืนอยู่ในมือนั้น มีสิ่งใดบ้างที่ไม่ควรทำ เช่น หันปากกระบอกปืนไปทางอื่น ที่ไม่ใช่เป้า ในขณะที่ขึ้นลำกล้องแล้ว แบบนี้อันตรายเป็นอย่างมาก สำหรับคนใช้ปืน ซึ่งเราเคยได้อธิบายไปแล้ว เกี่ยวกับระเบียบวินัยในการใช้ปืน ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าไปดูจากบทความก่อนหน้านี้ของเราได้ 

Categories
ความรู้เรื่องปืน

ข้อดีของการ ซื้อปืน ลูกซอง และเหตุผล ทำไมคนส่วนใหญ่ ซื้อปืนลูกซอง

ข้อดีของการ ซื้อปืน ลูกซอง และเหตุผล ทำไมคนส่วนใหญ่ ซื้อปืนลูกซอง

     สำหรับวันนี้ เราได้เอาข้อดีของการ ซื้อปืน ลูกซองมาฝากกันครับ เนื่องจากปืนลูกซอง คือปืนที่มีกลไกใช้งานง่าย มีระบบกรทำงานที่หลากหลายระบบ ทั้งบรรจุทีละนัด ทีละ 2 นัด หรือตั้งแต่ 5 นัดขึ้นไป อีกทั้งยังมีการยิงแบบกึ่งอัตโนมัติอีกด้วย หากพร้อมแล้ว ตามเรามาดูข้อดีของปืนลูกซองกันได้เลยครับ

Benelli M4

ปืนลูกซอง มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน

     ข้อดีข้อแรก การ ซื้อปืน ลูกซองเลยก็คือ ความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถใช้ได้เพื่อการล่าสัตว์ การสงคราม การกีฬา ปละเพื่อการต่อสู้ป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายเหล่านี้ มาจากคุณลักษณะพิเศษของปืนลูกซอง รวมถึงกระสุนที่ใช้ ซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะปืนลูกซอง ที่ใช้เพื่อห้องกันตัวในภาคประชาชน ได้มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก

 

กระสุน ที่ใช้กับปืนลูกซองมีกี่ประเภท

     กระสุนที่ใช้ได้กับปืนลูกซอง สำหรับประชาชนที่ ซื้อปืน ลูกซองนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ กระสุนลูกปราย และกระสุนลูกโดด โดยกระสุนลูกปรายนั้น จะบรรจุลูกตะกั่วขนาดเล็กเป็นจำนวนหลายร้อยเม็ด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Birdshot ที่มักใช้ยิงกีฬายิงนอก หรือกีฬายิงเป้าบินนั่นเอง ดังนั้น จึงเป็นที่ยอมรับกันว่า ปืนลูกซองมีอำนาจในการหยุดยั้งได้ดีกว่าปืนสั้นเป็นอย่างมาก สำหรับกระสุน Buckshot นั้น มีลูกปลายบรรจุอยู่ระหว่าง 8 – 13 เม็ด จึงได้ชื่อว่าเป็น “One-Shot Stop” เพราะเมื่อยิงถูกเป้าหมายแล้ว จะคล้าย ๆ กับว่าคนร้ายถูกยิงด้วยกระสุนขนาด .380 เป็นจำนวนมากในคราวเดียว ดังนั้น ปืนลูกซองจึงมีอำนาจหยุดยั้งภัยคุกคามได้เป็นอย่างดี

 

ปืนลูกซอง มีอำนาจหยุดยั้งได้ดีกว่าปืนอื่น ๆ 

     เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านปืนได้แนะนำว่า ให้ใช้กระสุน Birdshot ในการป้องกันตัว เพราะเป็นกระสุนที่มีอำนาจทะลุทะลวงน้อยกว่า Buckshot ดังนั้นแล้ว เมื่อกระสุนพลาดไปกระทบผนังห้อง จะมีโอกาสทะลุไปถูกผู้บริสุทธิ์ได้น้อยกว่า แต่คนส่วนใหญ่ กลับมีความเห็นว่า เมื่ออำนาจทะลุทะลวงน้อยกว่า ก็เท่ากับว่า อำนาจในการหยุดยั้งน้อยลงไปด้วย แต่ทางด้าน FBI ที่มีมาตรฐานในการทดสอบประสิทธิภาพของกระสุนปืน โดยกำหนดว่า เมื่อกระสุนปืนยิงทดสอบใส่แทง 10% ควรจะเจาะเข้าไปได้ลึกประมาณ 12 – 18 นิ้ว จึงจะถือได้ว่าเหมาะสมแก่การใช้งานเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคาม ที่เป็นมนุษย์ ถึงมีอำนาจหยุดยั้งที่ดีที่สุด

 

อำนาจการหยุดยั้ง จะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับอะไร

     สำหรับอำนาจหยุดยั้งจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่า กระสุนนั้นสามารถส่งถ่ายพลังงานให้เป้าหมายได้มากน้อยเพียงไร เพราะเมื่อกระสุนยังคงอยู่ในเป้าหมาย โดยไม่ทะลุผ่านออกไป นั่นแสดงว่า สามารถส่งถ่ายพลังงานทั้งหมดให้เป้าหมายได้ แต่หากตัวกระสุนเอง มีพลังงานที่น้อยเกินไป ถึงแม้ว่าจะถ่ายทอดไปให้เป้าหมายได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งภัยคุกคามได้ เช่น กระสุนเจาะแท่งเจลลาตินไปได้น้อยกว่า 12 นิ้ว หรือหากแม้มีพลังงานในกระสุนมาก แต่ไม่สามารถส่งถ่ายไปให้เป้าหมายได้มากพอ ก็ไม่อาจหยุดภัยคุกคามได้เช่นกัน เช่น กระสุนทะลุผ่านเป้าหมายออกไปได้ นั่นแสดงว่า พลังงานที่ส่งผ่านไปได้นั้น มันไม่มากพอที่จะหยุดยั้งภัยคุกคามได้

 

     สรุปได้ว่า ข้อดีของการ ซื้อปืน ลูกซองนั้นคือ เป็นปืนที่มีราคาไม่แพงมากนัก อยู่ในเกณฑ์ที่ประชาชนทั่วไปหาซื้อได้ง่าย เพราะการขอใบอนุญาตินั้น ไม่ยากเกินไป จึงเหมาะสมกับสภาพบ้านที่ไร่นา ไร่สวน เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบ้านที่อยู่ในสวน จะมีอันตรายจากสัตว์เป็นจำนวนาก โดยเฉพาะงู ซึ่งเราจะเห็นได้ตามข่าวเกือบทุกวันว่า มีงูเข้าบ้านชาวสวนชาวไร่เป็นประจำ ดังนั้นแล้ว สำหรับสัตว์ประเภทงูนั้น ปืนลูกซองจึงเหมาะสมมากที่สุดแล้ว อีกทั้งยังมีวิธีการดูแลรักษาง่าย วิธีการยิงง่าย ไม่ซับซ้อน แม้คนที่ไม่มีความรู้เรื่องปืนมากนัก ก็สามารถใช้งานได้ และที่สำคัญ กระสุนปืนลูกซองนั้น หาได้ง่ายตามต่างจังหวัด