สาเหตุการเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา

สำหรับสงครามมหาเอเชียบูรพา ได้เกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ ของสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มจากที่ทางฝั่งเยอรมนี มีความได้เปรียบฝั่งอังกฤษ และฝั่งฝรั่งเศส จึงทำให้เยอรมนีบุกยึกเอาดินแดนในแทบทวีปยุโรปตะวันตก เริ่มจากฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์ อีกทั้งยังได้เข้าบุกยึดเดนมาร์ค และนอร์เวย์ได้อีกด้วย โดยในขณะเวลานั้น ทางญี่ปุ่นได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเยอรมนี จึงมีความต้องการที่จะขยายอาณาเขตอำนาจ มาถึงภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ดังนั้นแล้ว ญี่ปุ่นจึงได้อาศัยในช่วงเวลาที่อังกฤษ และฝรั่งเศสเพลี่ยงพล้ำ จึงได้เข้าประกาศสงครามกับทุกประเทศในแถบอินโดจีนภาคเหนือ และนี่คือเริ่มต้น สงครามมหาเอเชียบูรพา

สงครามมหาเอเชียบูรพา มีความเป็นมากอย่างไร

เมื่อญี่ปุ่นได้ประกาศสงครามมหาเอเชียบูรพา ทางด้านสหรัฐอเมริกามีความเห็นว่า หากปล่อยให้ญี่ปุ่นเข้าครอบครองดินแดนทางแถบเอเชียอาคเนย์ อาจต้องเกิดอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน และที่สำคัญ ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงระบบการป้องกันนี้ด้วย ดังนั้นแล้ว ทางด้านสหรัฐอเมริกาจึงได้ออกมายื่นคำขาดว่า ให้ทางการญี่ปุ่นทอดถอนกองกำลังทหารออกไปจากประเทศจีน ไม่เช่นนั้นแล้ว ทางการสหรัฐอเมริกาจะทำการยกเลิกสัญญาการค้า และงดการส่งสินค้าต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ญี่ปุ่น รวมถึงต้องยึดทรัพย์สินต่าง ๆ อีกด้วย โดยในเวลานั้น ทางญี่ปุ่นได้ส่งอัครราชทูต คือ นายพล โนโมรุ เข้าเจรจาที่กรุงวอชิงตัน แต่สุดท้ายแล้ว ญี่ปุ่นกลับหักหลังสหรัฐอเมริกา โดยการไปทิ้งระเบิดที่อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ และในวันเดียวกันนั้น ญี่ปุ่นได้ส่งกองกำลังทหารเข้ายึดตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ และนี่คือเหตุผล ที่ทำให้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา นั่นเอง 

สงครามมหาเอเชียบูรพา มีผลต่อประเทศไทยอย่างไร

โดยในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นได้ส่งกองพลเรือขึ้นบก ตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เริ่มตั้งแต่ปัตตานี, สงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ ซึ่งทางญี่ปุ่นต้องการเข้าบุกยึดมาลายู และพม่า ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ จึงได้อาศัยประเทศไทยเป็นทางผ่าน โดยในเวลานั้น ทางกองกำลังของไทย ทั้งพลเรือน ทหาร และตำรวจ ได้เข้าต่อสู้ เพื่อปกป้องการรุกรานของญี่ปุ่น จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2484 เวลาโดยประมาณ 10.00 น. ทางรัฐบาลไทยได้ออกมาประกาศยุติการรบ และยินยอมให้ญี่ปุ่นใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน โดยมีเงื่อนไขว่า ทางญี่ปุ่นจะต้องเคารถเอกราช และประชาธิปไตยของประเทศไทย 

จากนั้น ประเทศไทยได้ยินยอมลงนามในสัญญาพันธไมตรีกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้บัญชากการทหารสูงสุด จากนั้นในอีก 10 วันต่อมา ได้มีการลงนามรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ยุทธร่วมกัน จนในที่สุด ไทยได้ประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา และอังกฤษอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2484 โดยการปฎิบัติตามสัญญา ว่าจะร่วมยุทธกับญี่ปุ่นในครั้งนี้ มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน ได้มีความเห็นพ้องตรงกับ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ว่าการทำสงครามครั้งนี้ ทางญี่ปุ่นไม่มีทางชนะฝ่ายสัมพันธมิตรได้ ดังนั้นแล้ว ทางด้านจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงมีแนวความคิดว่า จะสงวนกองกำลังทัพของไทยว่า จึงได้สั่งแยกกองกำลังทหารให้อยู่ห่างจากเส้นทางเดินทัพของญี่ปุ่น โดยการย้ายกองกำลังทางบกไปไว้ทางเหนือของประเทศไทย เพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นเข้าปลดอาวุธได้