ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

     สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มเกิดจากที่ญี่ปุ่นได้บุกโจมตีฐานทัพเรืออเมริกัน หรือที่เรียกกันว่า “เพิร์ลฮาร์เบอร์” โดยการเริ่มโจมตีในเช้าวันที่ 7 ธันวาคม 1941ในครั้งนี้นั้น จึงทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการวันรุ่งขึ้นในทันที ซึ่งในช่วงแรกนั้น มีทั้งประเทศไทย และอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งได้แก่ พม่า ฮ่องกง และมลายู ได้ถูกกองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าโจมตี และยึดครองไว้เป็นระยะเวลาถึง 6 เดือน และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 M1911 และกระสุน .45 ACP

เปิดตำนาน M1911 ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

     M1911 และกระสุน .45 ACP ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะเลยก็ว่า แต่ที่น่าแปลกใจคือ  M1911 ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กลับไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อปราบนักรบญี่ปุ่น และที่สำคัญรหัส 1911 มันคือรหัสปีที่ปืนพกรุ่นนี้เข้าประจำการ นั่นก็คือปี ค.ศ. 1911 ซึ่งมันก่อนสมัยสงครามเสียด้วยซ้ำ โดยในความเป็นจริงแล้วนั้น ระหว่างปี 1899 – 1913 กองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมสงคราม PHILIPPIN AMERICAN WAR และหลังจากที่สเปนได้พ่ายแพ้สงคราม จึงจำเป็นต้องยกเมืองขึ้นต่าง ๆ ของสเปนให้กับสหรัฐฯ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีประเทศฟิลิปปินอยู่ด้วย อีกทั้งในขณะนั้น สหรัฐฯกำลังต้องการขยายอำนาจมาทางเอเชียแปซิฟิกอยู่แล้วด้วย จึงได้ยกกองกำลังเข้าโจมตีฟิลิปปิน

ซึ่งในตอนนั้น ชาวฟิลิปปินบางส่วนยังจงรักภักดีต่อสเปนอยู่ นั่นคือชาว Moro โดยการบุกเข้ารบกับฟิลิปปินในตอนนั้น เป็นการรบในป่า สหรัสจึงจำเป็นต้องใช้ปีนพกกระสุนขนาด .38 แต่ในสงครามในครั้งนี้ ได้ทำให้สหรัสฯรู้ว่า ปืนพก .38 อำนาจหยุดยั้งของกระสุน .38 ไม่เพียงพอ ทางกองทัพจึงต้องการปืนที่สามารถบรรจุกระสุนได้มาก และรวดเร็วกว่าเดิม รวมถึงกระสุนที่ใช้นั้น ต้องมีขนาดถึง .45 ดังนั้นแล้ว โครงการปืนพก AUTO จึงได้กำเนิดเกิดขึ้นในเวลานั้น

ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

จุดกำเนิดปืน M1911 กระสุน .45ACP

     “JOHN M. BROWNING” คือผู้ออกแบบปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 M1911 กระสุนขนาด .45ACP โดยแม็กกาซีนสามารถบรรจุได้ 7 นัด ซึ่งกระสุน .45ACP มีอำนาจหยุดยั้งสูงมาก อีกทั้งยังมีวิถีกระสุนที่ราบเลียบ จึงทำให้ยิงได้แม่นมาก จนได้รับขนานนามว่า “DUM DUM BULLET” เพราะว่ามันสามารถหยุดยั้งฝั่งตรงข้ามได้ตั้งแต่นัดแรก โดยมากสุดแล้วจะไม่เกิด 2 นัด ดังนั้นแล้ว ปีนM1911 จึงเป็นปืนที่ถูกออแบบมาเพื่อกระสุนชนิดโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้

ซึ่งเมื่อ M1911 กระสุด .45ACP ได้เข้าร่วมรบกับสหรัฐฯ จึงสาามารถหยุดนักรบ MORO ที่ได้ใส่เสื้อเกาะที่ทำจากไม้ไผ่ และใช้ปืน MAUSER M98 พร้อมกับดาบปลายปีน ที่มีลักษณะเหมือนของ้าว ซึ่งขนาดที่ยาวมาก ๆ เพื่อไม่ให้ทหารเข้ามาประชิดตัวได้ง่าย แต่กระสุน .45ACP สามารถทะลุเกาะไม้ไผ่ได้ เพราะมวลของหัวกระสุนที่มีมากกว่า รวมถึงหน้าตัดกระสุนที่ใหญ่ จึงทำให้นักรบ MORO ตายเป็นราบคาบ รวมถึง M1911 ยังเป็นปืนที่มีขนาดเหมาะสม จึงทำให้เป็นปืนที่พกพาง่าย ใช้งานได้อย่างคล่องตัว สามารถยิงซ้ำได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ M1911 เป็นปืนพกประจำกายกองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

     ปืน M1911 ได้เข้าเป็นพกประกองทัพต่อ เป็น ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในตอนนั้น ทางกองทัพได้พบจุดบกพร่อง M1911 ทางกองทัพจึงได้ทำรายงานส่งให้กับหน่วยสรรพาวุธ ว่าศูนย์เล็งมีขนาดเล็กเกินไป ซึ่งเมื่อยิงในระยะไกลเกินกว่า 8 เมตร กระสุนกินต่ำ และพบปัญหาอีกว่า เมื่อใช้ปืนในสภาพอากาศหนาว ทหารจำเป็นต้องใช้ถุงมือ ซึ่งจะทำให้เอานิ้วเข้าโกงไกปืนได้ลำบาก ดังนั้นแล้ว ทางสรรพาวุธจึงได้ส่งข้อมูลให้กับผู้ผลิต M1911 เพื่อทำการแก้ไข จากนั้น ผู้ผลิตได้ทำการแก้ไขตามที่สรรพาวุธได้แจ้งมา โดยการขยายความกว้างของศูนย์หน้า และลดความยาวของหน้าลง เพื่อให้ไกสิ้นลง เป็นการแก้ปัญหา หากผู้ใช้งานต้องใส่ถุงมือ 

ปืนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2