เล่น BB GUN

เล่น BB GUN

     สำหรับในประเทศไทยนั้น เริ่ม เล่น bb gun ประมาณ 15 – 20 ปีมาแล้ว โดยเริ่มต้นราว ๆ ปี พ.ค. 2529 – 2534 หลังจากที่เริ่มมีปืน BB. กำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นได้ไม่นาน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นการนำเข้ามาจากฮ่องกง พร้อมกับสินค้าพลาสติกโมเดล จากผู้นำเข้าอิสระในขณะนั้น ซึ่งแต่ก่อนที่จะมีปืน BB. ที่ใช้กระสุนทรงกลมขนาด 6 มม. โดยชาวไทยได้รู้จักกับโมเดลปืน และปืนแก๊ป ที่ใช้ลูกกระสุนแบบอื่นมาก่อนแล้ว แต่สำหรับท่านใด ที่ยังไม่รู้จักกับปืนประเภทดังกล่าวนี้ อย่าได้พลาดกับบทความนี้อย่างเด็ดขาด

เริ่มยุค 1 ปืนโมเดล

     ราว ๆ ในปี พ.ศ. 2520 คนไทยได้เริ่มรู้จักกับการ เล่น bb gun โดยใช้โมเดลปืน ทั้งที่เป็นเหล็ก และพลาสติก ซึ่งจะต้องนำมาต่อ และทำสีกันเอง แต่ในบางแบบสามารถยิงได้เลย บางแบบเป็นปืนแก๊ป ที่มีแต่เสียง แต่ไม่สามารถยิงอะไรออกมาได้เลย ส่วนแบบที่ยิงได้ จะเป็นปืนระบบอัดลม ที่คล้ายกับระบบแอร์ค็อกกิ้ง ส่วนลูกกระสุนนั้น จะเป็นลูกพลาสติก รูปทรงคล้ายกระโถน มีขนาด .177 นิ้ว และ 6 มม. ดังนั้นเราจึงเรียกว่า ลูกกระโถน แต่เนื่องจาก โดยส่วนใหญ่แล้ว ปืนแบบนี้ จะเป็นพลาสติกโมเดล ที่จะต้องนำมาต่อ และทำสีเอาเอง แต่หลังจากที่ทำสีเองแล้ว หากนำไปเล่นบ่อย ๆ สีจะถลอกได้ ดังนั้นแล้ว จึงไม่มีใครนิยมนำออกมาเล่นกันมากนัก ส่วนใหญ่จะนำมาประกอบ แล้วแขวนโชว์ไว้ในบ้านเสียมากกว่า

เล่น BB GUN

เริ่มเข้าสู่ยุคที่ 2 ปืน BB

     ต่อมาได้มีปืน BB ที่เป็นปืนสั้นอัดลม และปืนอัดแก๊ส ได้เข้ามาขายในประเทศไทย จากนั้น ความนิยมปืนอัดลม จึงได้เริ่มเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้กระแสความนิยมกลับสูงขึ้นกว่าเดิม เพราะมีกลุ่มผู้ เล่น bb gun เพิ่ม และกว้างมากขึ้น จากเดิมที่มีแต่คนเล่นโมเดลเสียเป็นส่วนใหญ่ จนกลายมาเป็นผู้เล่นที่เป็นคนธรรมดา ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานในการต่อโมเดลมาก่อนเลย เนื่องจากปืนแบบใหม่นี้ ไม่ต้องประกอบเอง อีกทั้งบางแบบจะมีวัสดุที่เป็นเหล็ก จึงมีความทนทานมากกว่าปืนโมเดล อีกทั้งปืน BB. ที่เป็นแก๊ส ยังสามารถยิงได้ต่อเนื่อง ในระบบเซมิออโต้ แม้จะยังไม่มีระบบโบล์วแบ็ก เหมือนในปัจจุบันก็ตาม แต่มันก็สามารถสร้างความสนุกสนานให้กับผู้เล่น ได้มากกว่าปืนอัดลมแบบเก่าอย่างแน่นอน

เล่น BB GUN

เข้าสู่ยุคที่ 3 กีฬา BB GUN

     เริ่มจากการเกิดขึ้นของสนามเพนท์บอล ในย่านตะวันนาข้าง ๆ เดอะมอลล์บางกะปิ โดยเจ้าของสนาม และเพื่อน ๆ ในสมัยนั้น ได้เริ่มนำปืน BB. เข้ามาร่วม เล่น bb gun ด้วย เป็นการเล่นในเวลากลางคืน เนื่องจากในสมัยนั้น เป็นยุคแรก ๆ ของสนาม จึงยังไม่มีปืน และอุปกรณ์ BB. ให้ผู้เล่นได้เช่า จะมีเพียงแค่สนาม และอุปกรณ์เพนท์บอลเท่านั้น และต่อมา เมื่อมีผู้เล่นมากขึ้น ทางสนามจึงได้มีทั้งปืน และอุปกรณ์ BB. ให้ผู้เล่นได้เช่า ร่วมกันกับกีฬาเพนท์บอล และสนามที่ว่านี้คือ สนามยุทธกีฬา ร.11 จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีสนามเกิดขึ้นมาใหม่อีกหลายสนาม แต่โดยส่วนมากแล้ว จะเป็นสนามเพนท์บอลเสียมากกว่า ต่อมา เมื่อสนามตะวันนาต้องปิดตัวลง และย้ายไปอยู่ที่ตลาดปัฐวิกร ซึ่งที่นี่เอง ที่อาจนับได้ว่า เป็นจุดเริ่มของวงการ BB. ในไทยเลยก็ว่าได้ และด้วยเหตุที่สนามยังมีไม่มากนัก รวมทั้งผู้เล่นยังไม่แพร่หลายมากนัก จึงทำให้ผู้เล่นได้รวมตัวกระจุกันที่ปัฐวิกรเสียมากกว่า ซึ่งในสมัยนั้น ผู้เล่นยังน้อย และน้อยมากจนสามารถนับจำนวนผู้เล่นได้ และผู้เล่นทั้งหมด ส่วนมากจะรู้จักกันทั้งหมด

เล่น BB GUN

     แม้ในบางช่วง วงการบีบี จะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจบ้าง แต่ก็ยังคงมีการเจริญเติบโตมาโดยตลอด อย่างเป็นขั้นเป็นตอน  และควบคุมได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่า กลุ่มผู้เล่น มีวุฒิภาวะสูง และส่วนมากรู้จักกัน จนมาถึงในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า สนามนั้น ได้ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด อาจกล่าวได้ว่า ยุคปัจจุบันเป็นยุคทองของวงการ BB. ไทย ก็คงจะไม่ผิดนัก