ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

     สำหรับอาวุธปืน ที่ได้รับการยกย่องจากคนค่อนโลกว่า “อาวุธไร้เทียมทาน” คือ ปืนเล็กยาว ak 47 ถือเป็นนวัตกรรที่ลงตัว ระหว่างโลหะ และไม้ จนกลายเป็นเครื่องมือสังหารที่ทรงอานุภาพ ที่มีการประมาณการกันเล่น ๆ ว่า มีปืนอาก้าแพร่กระจายอยู่บนโลกนี้ราว 100 ล้านกระบอก เนื่องจากในช่วงสงครามปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทั้งในประเทศไทย ลาว เขมร เวียดนาม และอินโดจีน เหล่านักรบต่างถือปืนอาก้า เป็นอาวุธประจำกายทุกนาย

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

เปิดประวัติเริ่มต้น ก่อนเกิดปืนอาก้า 

     เยอรมันได้ออกมาประกาศยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2461 และหลังจากนั้น ชาวเยอรมันได้ทุ่มเทเรื่องอุตสาหกรรมทั้งหมด ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ เครื่องบิน เรือดำน้ำ รถถัง เครื่องบิน และอาวุธทุกชนิด จากนั้นให้หลัง 20 ปี เยอรมันกลับมาผงาดอีกครั้งในทุก ๆ ด้าน รวมทั้งการพัฒนาเทคนโนโลยีอาวุธปืนทุกชนิด และกระสุนปืนทุกขนาด และเมื่อทุกอย่างพร้อม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2482 ฮิตเลอร์ได้สั่งกองทัพนาซีเยอรมันบุกโปแลนด์ แบบที่ตะลึงกันไปทั้งโลก ต่อมาในวันที่ 24 มิถุนายน 2484 ฮิตเลอร์ไม่ฟังเสียงทัดทานจากฝ่ายเสนาธิการ โดยทำการเปิดแนวรบใหม่ ส่งกองทัพบุกเข้าดินแดนหมีขาวรัสเซีย และในขณะนั้น กองทัพรัสเซียมีอาวุธยุทโธปกรณ์ และความพร้อม ด้อยกว่าเยอรมันหลากหลายเท่า ดังนั้น รัสเซียจึงใช้วิธีรบแบบหน่วงเวลา เพื่อรอฤดูหนาวที่แสนจะโหดร้าย และทารุณ

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

จุดกำเนิดปืนอาก้า

     มิกคาอิล คาลาชนิคอฟ เด็กหนุ่มชาวนารัสเซีย มีการศึกษาเพียงแค่ชั้นเรียนระดับพื้นฐาน แต่เลือดรักชาติของเขาช่างรุนแรงนัก จึงได้ไปสมัครเป็นพลทหารในหน่วยรถถัง ของกองทัพสหภาพโซเวียต ที่กำลังสู้รบกับกองทัพนาซี โดย “คาลาชนิคอฟ” มีพรสวรรค์ และถนัดในเรื่องของเครื่องจักรยนต์กลไก จึงได้ทำหน้าที่ทหารรถถังปกป้องปฐพี และด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้าของเขา จึงทำให้เขาได้รับเลื่อนตำแหน่ง เป็นผู้บังคับรถถัง ในยศระดับจ่า โดยในระหว่างสงครามนี้ จ่าคาลาชนิคอฟ ได้เข้าร่วมโครงการปรับปรุงอาวุธของกองทัพโซเวียต จากนั้นได้นำปืน STG44 หรือ MP44 ของหน่วยทหาร SS ที่นาซีใช้ยิงมาเป็นต้นแบบ และเขาได้ทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อผลงานที่สำเร็จออกมาเป็นรูปธรรมคือ ปืนเล็กยาวแบบใหม่ นั่นคือ ak 47 ที่มีความร้ายกาจเท่ากับปืนของทหารเยอะมัน

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้

AK-47 เริ่มผลิต และแจกจ่ายในปี พ.ศ. 2482

     AK-47 ของจ่าคาลาชนิคอฟ ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยม ทางราชการจึงตั้งชื่อเป็นปืนเล็กยาวชนิดนี้แบบย่อว่า ak 47 ซึ่งย่อมาจาก KALASHINKOV AUTOMATIC RIFLE, MODEL OF 1947 โดยเรียกกันในชื่อว่า AVTOMAT KALASHNIKOVA ซึ่งหมายถึงปืนเล็กยาวอัตโนมัติของคาลาชนิคอฟ ปี 1947 และเลข 47 คือเลขปีค.ศ. ที่เริ่มต้นผลิต แต่สำหรับคนไทย จะชอบเรียกติดปากกันว่า “ปืนอาก้า” จากนั้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีเยอรมัน ใช้อาวุธปืนอัตโนมัติ ที่ทันสมัยอีกหลายรุ่น เริ่มตั้งแต่ปืนเล็กยาว เมาเซอร์ คาร์ 98 เคิร์ซ, ปืนกลเบา MG-42, ปืนกลเบา MG-34 และปืนกลมือ MP-40 สำหรับเรื่องของทางเทคนิค ที่กองทัพเยอรมันสนใจมากที่สุดคือ การพัฒนาขนาดของกระสุดเดิมที่เคยใช้ คือ 7.62 x 41 มม. เปลี่ยนมาเป็นขนาด 7.62×39 มม. ตามแบบของเยอะมันเอง

     จากนั้น ak 47 จึงได้รับการยอมรับว่า เป็นปืนเล็กยาวที่มีความทนทาน มีกลไกไม่ซับซ้อน ชิ้นส่วนมีไม่มาก อีกทั้งต้นทุนในการผลิตยังต่ำอีกด้วย และง่ายต่อการใช้งาน ที่สำคัญ เป็นปืนที่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย ดังนั้นแล้ว ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ จึงทำให้มันกลายเป็นปืนเล็กยาว ที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก ดังนั้น โซเวียตจึงให้ใบอนุญาติไปผลิตมากกว่า 10 ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในระบบสังคมนิยม และกลุ่มประเทศวอร์ซอแพค ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมปืนอาก้า จึงเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มนักรบ และกลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลก และในสุดท้าย บั้นปลายชีวิตนายพลคาลาชนิคอฟ ไม่ได้ใช้ชีวิตร่ำรวยหรูหรา โดยทางการรัสเซีย ได้จัดอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดให้เขาพักอาศัย และมีรถยนต์คันเล็ก ๆ ขับไปทำงานเพียงเท่านั้น

ตำนานปืน AK-47 ที่ใครหลายคนยังไม่รู้