เปิดประวัติ ปืนใหญ่สมัยโบราณ “ปืนพญาตานี”

เปิดประวัติ ปืนใหญ่สมัยโบราณ “ปืนพญาตานี”

     ปืนใหญ่สมัยโบราณ “พญาตานี” เป็นปืนใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยในสมัยนั้น ถือเป็นปืนใหญ่ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง สำหรับขนาดของปืนนั้น มีความยาว 3 ศอกคืบ 2 นิ้ว มีขนาดกระสุน 11 นิ้ว รับน้ำหนักดินปืนได้ 15 ชั่ง ถือว่าได้ เป็นปืนใหญ่สมัยโบราณ ที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของประเทศเลยก็ว่าได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเวลาเดียวกัน ประเทศไทยก็ยังมีปืนใหญ่อีกหลายกระบอก ซึ่งในบางกระบอกนั้น ก็ยังมีความใหญ่มากกว่าปืนใหญ่สมัยโบราณ พญาตานี เช่น พลิกพสุธาหงาย ซึ่งมีความยาวถึง 6 ศอกคืบ 3 นิ้ว มีขนาดกระสุน 19 นิ้ว สามารถรับน้ำหนักดินปืนได้ถึง 20 ชั่ง เป็นต้น

ปืนใหญ่สมัยโบราณ “พญาตานี” มีลักษณะเป็นเช่นไร

     ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมีการพูดถึงเรื่อง ปืนใหญ่สมัยโบราณ แล้วนั้น ต้องมีการพูดถึงปืนพญาตานีอยู่เสมอ เนื่องจากปืนกระบอกนี้นั้น จัดอยู่ในประเภทปืนทอง ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีค่ามากกว่าปืนเหล็กอย่างแน่นอน สำหรับปืนพญาตานีนี้ ถูกหล่อขึ้นด้วยจากทองสัมฤทธิ์ โดยมีห่วงใหญ่ไว้ใช้จับยกถึง 4 ห่วงด้วยกัน ในช่วงท้ายลำกล้อง มีเครื่องประกอบยื่นยาวออกไป ซึ่งทำเป็นรูปสังข์ ที่เพลาเป็นรูปราชสีห์ ซึ่งถูกสลักไว้อย่างงดงามเป็นอย่างมาก สำหรับในส่วนของเกลี้ยงนั้น ไม่มีลวดลายใด ๆ ประดับไว้ 

“ปืนพญาตานี” คือ ปืนใหญ่สมัยโบราณ ที่มีอายุโดยประมาณ 400 ปี ถูกหล่อขึ้นที่จังหวัดปัตตานี นับได้ว่า เป็นมรดกที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวปัตตานี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งในปัจจุบัน ปืนพญาตานี ยังได้ถูกกำหนดให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดอีกด้วย เชื่อมั่นว่า หลายคนอาจสงสัยอยู่ว่า แล้วทำไมปืนพญาตานี ถึงได้มาอยู่ตรงหน้ากระทรวงกลาโหม ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อถัดไปนี้

เปิดประวัติ ปืนใหญ่สมัยโบราณ “ปืนพญาตานี”

เปิดประวัติปืนใหญ่สมัยโบราณ “พญาตานี”

     สืบเนื่องมาจากเมื่อปีพ.ศ. 2328 สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดเกล้าให้สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้า ให้ไปเป็นแม่ทัพ ได้เสด็จยกทัพขึ้นไปปราบศึกพม่ารามัน ซึ่งในตอนนั้น ชาวพม่าได้ยกทัพขึ้นมาตีที่หัวเมืองภาคใต้ของไทย จากนั้นท่านทรงชนะศึก และยังได้ทรงปราบปรามหัวเมืองทางใต้ ซึ่งมักจะเอาใจออกห่างจากไทย ไปเป็นอื่น ดังนั้นแล้ว ท่านจึงโปรดให้ยกทัพกลับไปปราบปรามหัวเมืองใต้ของไทย จนได้รับชัยชนะกลับมาอีกครั้ง และจึงได้นำปืนใหญ่นี้ กลับมาจากเมืองปัตตานี เพื่อนำมาถวายให้กับสมเด็จพระเชษฐาธิราช จึงได้โปรดเกล้าให้มีนามว่า “พญาตานี”

จากประวัติเคยมีการกล่าวไว้ว่า ปืนพญาตานี ถูกหล่อขึ้นในสมัยรายาอินทิรา คือเจ้าเมืองปัตตานี และเหตุที่หล่อปืนนี้ขึ้นมาเพราะว่า มีพ่อค้าชาวจีน ได้นำปืน และกระสุนมาถวายท่านเจ้าเมือง จึงทำให้ท่านเจ้าเมืองเกิดความละอายใจ ที่ไม่มีอาวุธปืนไว้สำหรับปกป้องบ้านเมืองเลย ดังนั้นแล้ว จึงได้เรียกจอมมุขมนตรี ให้จัดหาช่างทองเหลืองขึ้นมาหล่อปี ให้ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเมื่อได้ทองเหลืองพอ ที่จะใช้นำมาหล่อปืนแล้วนั้น จึงได้ให้ช่างชาวโรมัน ซึ่งมีชื่อว่า อับดุลซามัค ทำการหล่อปืนพญาตานีนี้ขึ้นมา

เปิดประวัติ ปืนใหญ่สมัยโบราณ “ปืนพญาตานี”

นำปืนใหญ่ “พญาตานี” กลับสู่จังหวัดปัตตานี

     อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า ปืนพญาตานี ถือได้ว่า เป็นเอกลักษณ์ของคนจังหวัดปัตตานี แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงทำให้ปืนพญาตานีได้ขึ้นมาอยู่ที่กรุงเทพฯเมื่อปี พ.ศ. 2328 หากนับเวลาย้อนกลับไปแล้วนั้น เป็นเวลามากกว่า 200 ปีแล้ว ที่ปืนพญาตานีได้ขึ้นมาอยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้น จึงเกิดการรวมตัวกัน ของพี่น้องชาวจังหวัดปัตตานี ได้ทำการเรียกร้องขอคืนปืนพญาตานี ให้กลับสู่ถิ่นกำเนิด แต่ด้วยปัญหาอะไรหลายอย่าง จึงไม่สามารถนำปืนพญาตานีกลับมาสู่จังหวัดได้ ทางด้านกรมศิลปกร จึงได้ทำการถถอดแบบจำลองมาจากของจริง นำกลับมาตั้งไว้หน้ามัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี